7 วิธี #สร้างลูกน้อยให้เป็นเด็กอารมณ์ดี

Last updated: Jul 19, 2020  |  69 จำนวนผู้เข้าชม  |  พัฒนาการเด็ก

7 วิธี #สร้างลูกน้อยให้เป็นเด็กอารมณ์ดี

- 7 วิธี #สร้างลูกน้อยให้เป็นเด็กอารมณ์ดี -​

การที่คุณพ่อคุณแม่ ฝึกให้ลูกอารมณ์ดี ในทุก ๆ วันจะช่วยให้ลูกมีความสุข เมื่ออารมณ์ดี ร่างกายของลูกก็พร้อมที่จะเรียนรู้ นั่นหมายถึงยังช่วยเสริมพัฒนาการทางด้านสมองของลูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในหนังสือ The Whole-Brain Child ได้ให้ข้อมูลว่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ควรให้ความสำคัญกับระดับอารมณ์ของลูกก่อนจะพูดถึงเรื่องเหตุผล

ซึ่งหากวันใดที่ลูกน้อยเกิดอารมณ์เสียหัวร้อนขึ้นมา วิธีที่ดีที่สุดในการดับร้อน ก็คือส่งสัญญาณทางกายไปว่า คุณมีความรักให้กับเขาอาจเป็นการกอดหรือจับมือก็ได้ และเมื่อลูกอารมณ์เย็นขึ้น เขาก็จะพร้อมรับฟังในสิ่งที่คุณพูด ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลหรือวิธีแก้ปัญหาที่เสนอให้กับลูก

ซึ่งการทำแบบนี้ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ ของคุณพ่อคุณแม่กับลูกๆให้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยพัฒนาสมองของเจ้าตัวน้อยอีกด้วย

ซึ่งด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกอย่าง Dr. Laura Markham ยังยืนยันอีกเสียงหนึ่งว่า การกอดลูกเพียงแค่ 2 – 5 นาที หรือแสดงความรักกับลูกในแบบอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ช่วยเกาหลัง หรือส่งยิ้ม ก็จะทำให้ลูกอยากร่วมมือกับคุณ มากกว่าแสดงท่าทีต่อต้าน

คราวนี้มาดูกันฮะ ว่า 7 วิธีง่ายๆ มีอะไรกันบ้าง

#1. #การนอนอย่างเต็มที่

ช่วยสร้างเด็กอารมณ์ดี คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตหรือไม่ว่าเมื่อลูกของเรานอนไม่เต็มที่หรือได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จะทำให้เขาหงุดหงิดได้ง่าย ร้องไห้โยเย

ดังนั้นเรื่องการนอนหลับพักผ่อนของลูกน้อย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่าให้เขาเข้านอนดึก ฝึกการนอนแต่หัวค่ำให้เป็นนิสัยเพื่อให้เขาคุ้นเคยบรรยากาศในห้องนอนควรจะเงียบสนิท ไม่มีเสียงรบกวน

การนอนหลับนอกจากจะช่วยให้ลูกอารมณ์ดี ยังส่งผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยอีกด้วยฮะ

#2. #อาหารช่วยอารมณ์ดี

การดูแลในเรื่องอาหารให้ลูกน้อย ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากหลายครั้งที่ลูกเกิดอาการอารมณ์ไม่ดีสาเหตุหนึ่งมาจากอาหารที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ท้องเสีย

ดังนั้นคุณแม่คุณพ่อควรใส่ใจในเรื่องอาหารให้เหมาะสมกับวัย หรือควรสังเกตว่าลูกทานอะไร แล้วมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นๆ ในครั้งต่อไป

#3. #อย่าปล่อยให้ลูกหิว

เพราะความหิว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กมีอารมณ์หงุดหงิดงอแง ดังนั้นควรให้ลูกทานข้าวให้เป็นเวลา และหากมีความจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรเตรียมอาหารไปให้พร้อม หรือควรให้เขาทานให้อิ่มก่อนออกไป หากคุณปล่อยให้ลูกหิวบ่อยๆ เด็กก็จะกลายเป็นคนอารมณ์หงุดหงิดง่าย และงอแงเป็นประจำ เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับเลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี ^^

#4. #เพลงสนุกสร้างอารมณ์

ประโยชน์ของเสียงเพลง คือจะช่วยทำให้เด็กอารมณ์ดีขึ้น ให้เขาได้มีส่วนช่วยในการเลือกเพลง หรือคุณพ่อคุณแม่อาจสอนให้เขาร้องเพลง แล้วร้องตามไปพร้อมๆ กัน ก็ได้ อีกทั้งการฟังเพลงยังช่วยฝึกทักษะการฟังให้กับลูกน้อยของเราด้วยฮะ

#5. #อย่าแหย่ให้ลูกโมโห

ปัญหาการยั่วแหย่เด็กส่วนใหญ่จะเกิดจากคนรอบข้าง ซึ่งจะชอบแหย่ให้ร้องไห้ หรือชอบแกล้งเด็กให้หงุดหงิด เพราะคิดว่าไม่เป็นอะไร กลายเป็นความสนุกของผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กแล้วเขายังไม่เข้าใจ และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเพียงการแหย่เล่น ซึ่งจะส่งผลเสียให้เด็กกลายเป็นเด็กหงุดหงิดง่าย

#6. #พ่อแม่คือของเล่นของลูก

สำหรับเด็กเล็กจะเป็นวัยที่หัวเราะได้ง่าย เพียงแค่เราเล่นอะไรง่ายๆ เขาก็จะรู้สึกสนุกกับเราขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็นการเล่นปูไต่ การเล่นจ๊ะเอ๋ หรือการเล่นวิ่งไล่จับ การขยันเล่นกับลูกบ่อยๆ

นอกจากจะทำให้เขาเป็นเด็กอารมณ์ดีแล้ว ยังทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงความรัก และความอบอุ่นที่คุณพ่อหรือคุณแม่มอบให้ ดังนั้นการเลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี ต้องอาศัยการเล่น หยอกล้อ ของคุณพ่อคุณแม่แล้วละฮะ ^^

#7. #ทำอารมณ์ดีให้ลูกเห็น

เด็กเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และลอกเลียนแบบ ในสิ่งที่เขาเห็น หากคนใกล้ชิดเป็นเช่นไร มีอารมณ์อย่างไร เด็กมักจะเลียนแบบอารมณ์นั้นๆ

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดี ต้องระมัดระวังอารมณ์และพฤติกรรมของตนเอง เมื่ออยู่ต่อหน้าลูก ไม่ควรแสดงอารมณ์หงุดหงิด เกรี้ยวกราด หรือเครียดต่อหน้าลูกน้อย

ดังนั้นการจะเลี้ยงลูกให้อารมณ์ดีได้ #พ่อแม่ต้องฝึกเป็นคนอารมณ์ดีด้วยนะค่ะ


ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะฝึกให้ลูกอารมณ์
 ก็สรุปได้ว่าสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ เริ่มเช้าวันใหม่ของลูกด้วยสิ่งดีๆ แล้วปฏิบัติตามเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือ ยากจนเกินไป

เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก และเลี้ยงลูกด้วยความรัก พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์ และร่างกายของลูกให้แข็งแรง และเป็นเด็กอารมณ์ดี

เท่านี้ก็จะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กเลี้ยงง่าย และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต่อไป

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
Cr: http://www.amarinbabyandkids.com

Powered by MakeWebEasy.com